Free shipping in Thailand
  Sign up to our newsletter and receive exclusive offers and promotions!

Post

The benefits of dark chocolate for heart health and weight maintenance

ใครที่เป็นแฟนตัวยงของช็อกโกแลตก็น่าจะเคยทานมาแล้วหลายรูปแบบ และทราบว่านอกจากรสชาติหวานซ่อนขมที่ทำให้เราหลงรักแล้ว ช็อกโกแลตยังอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์มากมาย โดยเฉพาะสารต้านอนุมูลอิสระ อีกทั้งยังมีผลการวิจัยออกมาว่าช็อกโกแลตมีส่วนช่วยในการควบคุมน้ำหนักได้เป็นอย่างดี เริ่มอยากรู้กันแล้วใช่ไหมว่าช่วยได้อย่างไร มาค่อยๆ ทำความรู้จักช็อกโกแลตไปด้วยกันเลยค่ะ 

ช็อกโกแลต-ลดความอ้วน-โรคหัวใจ-วาเลนไทน์

ช็อกโกแลตแบ่งออกเป็น 3 ชนิดใหญ่ๆ คือ

1. ดาร์กช็อกโกแลต (Dark Chocolate) เป็นช็อกโกแลตที่มีความเข้มข้นมากที่สุด คนจึงนิยมนำไปประกอบอาหารมากกว่าทานเป็นของว่าง

2. มิลค์ช็อกโกแลต (Milk Chocolate)  มีความคล้ายดาร์กช็อกโกแลตแต่ทานง่ายกว่า เพราะมีนมเป็นส่วนประกอบเพิ่มเข้ามา จึงมีความหวานละมุนลิ้น เหมาะสำหรับทานเล่น 

3. ไวท์ช็อกโกแลต (White Chocolate) เป็นช็อกโกแลตที่ไม่มีส่วนผสมของโกโก้ลิคเคอหรือเนื้อโกโก้บริสุทธิ์ จะมีเพียงไขมันโกโก้ นม น้ำตาล และสารแต่งกลิ่น มีรสชาติหวานมันมากที่สุดในบรรดาช็อกโกแลตสามชนิด

ว่ากันว่าดาร์กช็อกโกแลตมีสารต้านอนุมูลอิระมากกว่าน้ำผลไม้จริงหรือ!

จะบอกว่าข้อมูลนี้ไม่ได้พูดกันขึ้นมาลอยๆ นะ เพราะได้มีนักวิจัย จาก Hershey Center for Health & Nutrition ทำการศึกษาเรื่องดังกล่าวมาแล้วและถึงกับขนานนามให้เมล็ดโกโก้เป็น Super Fruit กันเลยทีเดียวหลังจากที่ได้ค้นพบว่าดาร์กช็อกโกแลตมีสารต้านอนุมูลอิสระ (antioxidant) มากกว่าในบลูเบอร์รี่หรือแครนเบอร์รี่ซึ่งเป็นผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูงมากอยู่แล้ว 

ทานช็อกโกแลตอย่างไรให้ได้ประโยชน์

ถ้าอยากได้สารอาหารจริงๆ เราต้องเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของเนื้อโกโก้ที่เข้มข้นมากกว่าปริมาณน้ำตาลที่ข้นคลั่ก ซึ่งก็คือดาร์กช็อกโกแลตนั่นเอง แม้ว่ามันจะขมและทานยากกว่าช็อกโกแลตนมสักหน่อยแต่ถ้าได้รู้ว่ามีข้อดีมากกว่าอย่างไร เราเชื่อว่าเพื่อนๆ จะเปลี่ยนใจหันมารักดาร์กช็อกโกแลตแน่นอน 

ทำไมช็อกโกแลตจึงเยียวยาหัวใจและทำให้ห่างไกลความอ้วนได้ 

อย่างที่เราเล่าในตอนต้นว่าเมล็ดโกโก้ที่เป็นส่วนประกอบหลักของผลิตภัณฑ์ช็อกโกแลตนั้นมีทั้งสารอาหารและสารต้านอนุมูลอิสระเป็นจำนวนมาก เมื่อพูดถึงสารต้านอนุมูลอิสระสาวๆ ก็มักจะนึกถึงประโยชน์ในเรื่องช่วยซ่อมแซมผิวและลดเลือนริ้วรอย แต่เราขอบอกว่ามันไม่ได้มีแค่นั้นนะ มาดูกันว่าสารอนุมูลอิสระในช็อกโกแลต เช่น ฟลาโวนอล และโพลีฟีนอล มันดีต่อใจและร่างกายเราอย่างไรบ้าง

ช็อกโกแลต-ลดความอ้วน-โรคหัวใจ-วาเลนไทน์

ประโยชน์ต่อ “หัวใจ” 

ฟลาโวนอลช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเลื­­­อด ทำให้เลือดไหลเวียนไปหล่อเลี้ยงหัวใจและสมองได้มากขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยขยายและป้องกันการแข็งตัวของหลอดเลือดซึ่งช่วยลดภาวะหลอดเลือดตีบตันได้ ขอบอกว่ายังไม่หมดแค่นี้นะ ดาร์กช็อกโกแลตยังมีแร่ธาตุและวิตามินที่สำคัญ เช่น โพแทสเซียม สังกะสี แมกนีเซีย และธาตุเหล็ก จึงช่วยบำรุงและทำให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น ซึ่งช่วยลดภาวะโลหิตจาง โรคเบาหวาน โรคหัวใจ และโรคความดันโลหิตสูงได้เป็นอย่างดี

ประโยชน์ต่อ “จิตใจ”

การทานดาร์กช็อกโกแลตทำให้เรารู้สึกเครียดน้อยลงได้ เพราะไปกระตุ้นให้ร่างกายหลังสารเอนโดรฟีนหรือสารแห่งความสุขซึ่งช่วยลดความรู้สึกเครียดได้ และในดาร์กช็อกโกแลตเองก็มีเซโรโทนินหรือฮอร์โมนแห่งความสงบที่ทำให้จิตใจเราผ่อนคลายและช่วยให้หลับได้ง่ายขึ้น เมื่อเราพักผ่อนอย่างมีคุณภาพระบบเผาผลาญก็ทำงานได้ดีและทำให้เราไม่อ้วน แถมยังทำให้ผิวสดใส ไม่แก่ง่ายด้วย

ประโยชน์ต่อสุขภาพและการมีรูปร่างที่ดี

เราคิดว่าหลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่าช็อกโกแลตช่วยลดความอยากอาหารได้ เพราะไปช่วยให้สมองกลีบหน้าซึ่งเป็นศูนย์กลางควบคุมความรู้สึกอยากอาหารสามารถทำงานได้ดีขึ้น เมื่อเป็นแบบนี้คุณเลยรู้สึกอยากอาหารน้อยลง สำหรับเรื่องช่วยลดน้ำหนักนี้เราก็ไม่ได้พูดลอยๆ อีกเช่นกันจ้า เพราะมีผลการวิจัยออกมาแล้วว่าคนที่ทานช็อกโกแลตในปริมาณปกติสามารถควบคุมน้ำหนักได้ดีกว่าคนที่ไม่ทานเลย อันนี้ก็มาจากการที่ช็อกโกแลตช่วยคลายเครียดได้ดีนั่นแหละ ลองคิดดูว่าถ้าเราเปลี่ยนจากการให้ “อาหารหรือขนมหวานเยียวยาทุกสิ่ง” มาเป็นให้ “ช็อกโกแลตเยียวยาทุกสิ่งแทน” คุณก็ลดการกินจุกจิกเพื่อระบายความเครียดลงไปได้เยอะเลย (แต่ก็ขอย้ำอีกครั้งนะว่าให้กินแค่พอดี คือประมาณ 100 กรัมต่อวัน และต้องเป็นดาร์กช็อกโกแลตที่น้ำตาลน้อยเท่านั้นด้วย) 

ต่อไปก็ไม่ต้องรู้สึกผิดจนไม่ยอมทานช็อกโกแลตแล้วนะ แต่ก็อย่าเผลอไปทานช็อกโกแลตนมที่อยู่ในขนมหวานและมีน้ำตาลเยอะมากเกินไปหละ อันนั้นส่งผลเสียมากกว่าผลดีแน่ๆ ถ้าห้ามใจไม่ได้ก็อย่าลืมออกกำลังกายเพื่อเผาผลาญไขมันส่วนเกินเหล่านั้นออกมาด้วย และรับประทานอาหารที่ให้สารอาหารครบถ้วนโดยเฉพาะผักผลไม้ที่ควรทานให้ได้ทุกวันด้วย แต่ถ้าใครเป็น #ทีมไม่ชอบออกกำลังกาย ก็ควรหาตัวช่วยมาดูแลตัวเองกันสักหน่อย  เริ่มตั้งแต่การบล็อกแป้ง ดักไขมัน และเร่งการเผาผลาญด้วย Slimingo Daily Go ที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติเช่น ไคโตซานที่ช่วยดักจับแป้งและไขมัน สารสกัดจากพริกและกระบองเพชรที่ช่วยกระตุ้นการเผาผลาญ สำหรับ #ทีมไม่กินผัก คุณก็สามารถใช้ตัวช่วยมาเติมเต็มไฟเบอร์ วิตามินและเกลือแร่ที่คุณได้รับไม่เพียงพอได้เช่นกัน อย่างผลิตภัณฑ์ Slimingo Daily Plus ที่ช่วยให้ขับถ่ายง่ายเพราะมีไฟเบอร์สูงพอๆ กับการทานสลัดผักชามใหญ่ และส่วนผสมสำคัญอื่นๆ เช่น แอปเปิ้ลไซเดอร์ เวนิกา ที่ช่วยล้างสารพิษและไขมันในลำไส้ สารสกัดจากเบอร์รี่และชาเขียวที่ช่วยให้ผิวกระจ่างใส ไร้สิวและริ้วรอย 

แค่คุณทานช็อกโกแลตควบคู่กับการดูแลตัวเองแบบที่เราแนะนำคุณก็สวยสดใสและสุขภาพดีได้แล้ว ว่าแล้วก็อย่าลืมไปหาดาร์กช็อกโกแลตแท่งเล็กๆ มาติดตัวกันไว้ด้วยนะ